เอปสันมาแรงด้วย New S-curve กับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ผลักดันรายได้โตต่อเนื่องยาวกว่า 5 ปี

เอปสัน ประเทศไทย เปิดเกมรุกธุรกิจกระดานใหม่ เน้น 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก อิงค์เจ็ตพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล มุ่งสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 5 ปี
โตชิมิตสุ ทานากะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอปสัน สิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 แถลงถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ผลประกอบการในปี 2018 เอปสันประสบความสำเร็จทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถทำยอดขายสูงสุดมาตลอดสำหรับเครื่องพิมพ์ในกลุ่มอิงค์เจ็ต เครื่องพิมพ์มืออาชีพเองก็มีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาด โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ผ้าและป้ายโฆษณา ตลาดหุ่นยนต์แขนกลนับว่าได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกกว่า 5 ปีข้างหน้าด้วยแรงสนับสนุนช่วยเหลือจากลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ เราจะพัฒนาและผลักดันให้ทุก ๆ ผลิตภัณฑ์เป็นเทคโนโลยีระดับแนวหน้า โดยมุ่งเสนอนวัตกรรมในกลุ่มธุรกิจองค์กร ตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้า”
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2561 ว่าถึงแม้ตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่เอปสันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ได้อยู่ที่ 5% โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักส่วนใหญ่ยังคงทำผลงานได้ดีทั้งหมด คาดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณ (31 มีนาคม 2562) โปรเจ็กเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ซึ่งมีโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูงเป็นกลุ่มที่โตมากที่สุด ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเติบโตขึ้น 6% กลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ และอุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับการตอบรับอย่างดี กลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ขยายตัวขึ้น 5% เป็นผลมาจากพรินเตอร์แท็งค์แท้หรือ EcoTank เป็นหลัก
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเอปสันในตลาดของไทยมาจากการที่เอปสันได้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำเสนอความคุ้มค่าในการลงทุนที่ดียิ่งขึ้นต่อลูกค้า มีความต่อเนื่องในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และทำตลาดให้เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น การเปิดตัวพรินเตอร์ความเร็วสูงเพื่อรองรับงานพิมพ์สิ่งทอระดับโรงงานอุตสาหกรรม SureColor F9330 เลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูงระดับ 6,000-15,000 ลูเมน เน้นเจาะธุรกิจบันเทิงและการจัดงานอีเวนต์เอาต์ดอร์ รวมทั้งกลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ ความเร็วสูงรุ่น WF-C869R สำหรับเอสเอ็มอี ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์รุ่นล่าสุดของเอปสัน PrecisionCore ระบบหมึก RIPs (Replaceable Ink Pack) ชุดหมึกถอดเปลี่ยนได้ รองรับการพิมพ์ปริมาณสูงถึง 86,000 แผ่น
“ส่วนตลาดต่างประเทศที่เราดูแล ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และปากีสถาน มีอัตราเติบโตโดยรวม 6% ด้วยปัจจัยจากการป้อนผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ EcoTank ทั้ง L-Series และ M-Series เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มลูกค้าธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอี รวมถึงการตลาดเชิงรุกเพื่อแย่งมาร์เก็ตแชร์จากเลเซอร์พรินเตอร์ นอกจากนี้ยังได้นำโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูงเข้าไปทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจบันเทิงและสถาบันการศึกษาที่กำลังขยายตัวอย่างมาก ชูจุดเด่นด้านความ ทนทานและคุณภาพที่ดีกว่าคู่แข่ง ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง” ยรรยงกล่าวเพิ่มเติม

หลังจากสร้างความสำเร็จมาจากดอตเมทริกซ์พรินเตอร์เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว จนกลายเป็นแบรนด์เดียวที่มีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 90% ต่อมาได้นำอิงค์เจ็ตพรินเตอร์และโปรเจ็กเตอร์ 3LCD เข้ามาทำตลาด ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เมื่อ 9 ปีก่อนบริษัทฯ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการพรินเตอร์ด้วยการเปิดตัวพรินเตอร์แท็งค์แท้รุ่นแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถเข้าไปแทนที่อิงค์เจ็ตพรินเตอร์แบบใช้ตลับหมึกและเลเซอร์พรินเตอร์ในหลาย ๆ ตลาด ทำให้เอปสันกลายเป็นเจ้าตลาดจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเดียวกันยังได้เปิดตัวโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูงหลายรุ่น เน้นจุดขายที่คุณภาพของภาพฉาย ความทนทาน ความประหยัด และฟังก์ชันที่ครบครัน พร้อมตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าด้วยโปรเจ็กเตอร์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกติดต่อกัน 17 ปีซ้อน วันนี้เอปสัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจหรือ S-Curve ใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี เน้นสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ อิงค์เจ็ตพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว เป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจและกลุ่มอุตสาหกรรม
“ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย 10% สำหรับตลาดต่างประเทศ เชื่อว่าในปี 2562 มีปัจจัยอีกมากที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในประเทศ หรือปัจจัยภายนอก อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินเกิดความผันผวน ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยที่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจ ไม่ว่าการผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ของรัฐบาล กระแสการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีด้านการผลิตและการปฏิบัติงานสู่ระบบดิจิทัล รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังอยู่ในช่วงขาขึ้น นอกจากนี้หลาย ๆ วงการธุรกิจและอุตสาหกรรมเกิดกระแสความต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตใน S-Curve ใหม่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดกลยุทธ์เพื่อผลักดัน S-Curve ใหม่เอาไว้ 4 ด้านด้วยกัน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ การบริการ ช่องทางจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด” ยรรยงกล่าวต่อ

เริ่มด้วยกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เอปสัน ประเทศไทย มีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เข้ามาทำตลาดมากขึ้น ในกลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ความเร็วสูงจะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ครบทั้งไลน์อัปเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่เอสเอ็มอี โซโห จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ วางเป้าที่จะเข้าไปแทนที่การใช้งานเลเซอร์พรินเตอร์ ซึ่งอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ความเร็วสูงของเอปสันถูกพัฒนาให้ก้าวข้ามเลเซอร์พรินเตอร์แล้ว ทั้งด้านคุณภาพงานพิมพ์ที่ดีเยี่ยม การใช้พลังงานที่น้อยกว่า การดูแลรักษาง่ายและประหยัดกว่า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับกลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีกหลายรุ่น ทั้งในกลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ อุตสาหกรรมสิ่งทอ หรืองานพิมพ์ป้ายโฆษณาภายในและภายนอกอาคาร เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและเติมเต็มความต้องการตลาดที่ยังมีโอกาสอีกมาก เอปสันยังให้ความสำคัญกับกลุ่มเลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ด้วยเพราะต้องการรักษาตลาดและตำแหน่งอันดับหนึ่งของตลาดนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวเลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูง 20,000 ลูเมน และเลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ความละเอียดระดับ 4K สำหรับหุ่นยนต์แขนกล ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำเข้ามามีราคาถูกลงถึง 35% เพื่อรองรับตลาดการศึกษา เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถนำหุ่นยนต์แขนกลเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งจะเปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถยกวัตถุหรือชิ้นงานน้ำหนักมากได้
กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่แยกจากการขายสินค้าไม่ได้ จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา Service Excellence หรือความเป็นเลิศในการบริการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความพึงพอใจระดับสูงและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและพัฒนาการให้บริการ พร้อมติดตามผลการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วในการซ่อมสินค้า โดยตั้งเป้า 90% จะซ่อมเสร็จภายใน 1-3 วัน วางแผนลงทุนขยายศูนย์บริการเพิ่มจาก 154 แห่งเป็น 170 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการมากยิ่งขึ้น เพิ่มจำนวนจุดรับสินค้าหรือดรอปพอยต์ในบางจังหวัด โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการและจัดส่งชิ้นส่วนอะไหล่ให้มีความรวดเร็วขึ้น เพิ่มบริการดูแลเครื่องถึงสำนักงานของลูกค้าทั่วประเทศ รวมทั้งตั้งทีมงานพิเศษเพื่อมอนิเตอร์ การทำงานของเครื่องหรือจัดเครื่องสำรองให้ใช้แทนกรณีเครื่องที่ลูกค้าใช้อยู่มีปัญหา ลงทุนเพิ่มในส่วนระบบวิเคราะห์ประมวลผลสำหรับงานด้าน CRM ซึ่งสามารถนำข้อมูลและความรู้ด้านต่าง ๆ จากลูกค้ามาช่วยพัฒนาระบบการให้บริการ
กลยุทธ์สำหรับช่องทางจำหน่าย ปีนี้เอปสันจะเพิ่มจำนวน Epson Authorized Partner (EAP) ในกลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์และโปรเจ็กเตอร์เป็น 170 รายทั่วประเทศ กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็น 13 ราย กลุ่มหุ่นยนต์แขนกล 10 ราย ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและเจาะเข้าตลาดใหม่ ๆ ได้
กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดมุ่งเน้นผสมผสานเครื่องมือการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เดินหน้าจัด Technology Showcase แสดงศักยภาพของเทคโนโลยีกลุ่มต่าง ๆ ผ่านอีเวนต์ที่สามารถสร้างประสบการณ์พิเศษให้แก่ลูกค้าโดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในภาคธุรกิจและภาครัฐเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
“การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ มีจำนวนรุ่นมากเพียงพอที่จะทำตลาดต่อเนื่อง อีกทั้งเอปสันยังเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง จึงสามารถพัฒนาให้ทันสมัย นำหน้าความต้องการของลูกค้าเสมอ มีสินค้าใหม่ ๆ ป้อนสู่ตลาดต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ที่สำคัญทั้ง 4 กลุ่มใน S-Curve ใหม่ล้วนเป็นที่รู้จักคุ้นเคย ได้รับความมั่นใจจากลูกค้าในหลายวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย เอปสัน ประเทศไทย เชื่อมั่นว่า S-Curve ใหม่ไม่เพียงสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในเวลา 5 ปีได้ แต่ยังทำให้มิติทางธุรกิจของเอปสันในไทยกว้างออกไป และแบรนด์ของเอปสันจะเติบโตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย” ยรรยงทิ้งท้าย

Leave a Comment