เปิดตัว Buck Converters และ Controllers ใหม่จาก Maxim ที่ทั้งขนาดเล็กและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้จัดการพลังงานในยานยนต์ยุคใหม่

เปิดตัว Buck Converters และ Controllers ใหม่จาก Maxim ที่ทั้งขนาดเล็กและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้จัดการพลังงานในยานยนต์ยุคใหม่

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2019 บริษัท Maxim Integrated ได้ประกาศไอซีสำหรับจัดการพลังงาน เหมาะสำหรับงานที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง โดยเฉพาะงานออกแบบในยานยนต์ยุคใหม่ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการด้านพื้นที่และพลังงาน เมื่อระบบยานยนต์มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มระดับของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีไมโครโปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเพื่อควบคุมและดูแลการทำงานเหล่านั้น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในยานยนต์เริ่มมีมากขึ้นทั้ง USB hub, ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ชั้นสูง (ADAS) ระบบสาระบันเทิงภายใน และระบบนำทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังเติบโตประมาณ 10% ต่อปี ซึ่งการเติบโตนี้เป็นความท้าทายของนักออกแบบในการจัดการการใช้พลังงาน, ประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน, EMI (electromagnetic interference) และขนาดที่ต้องออกแบบในพื้นที่ที่มีจำกัด เพื่อให้มั่นใจว่านักออกแบบจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการออกแบบเหล่านั้น ไอซีเกรดยานยนต์ของ Maxim จึงมีตัวเลือกมากมายในการจัดการพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง เนื่องจากการเปลี่ยนจากโปรเซสเซอร์ในยานยนต์ที่ใช้พลังงาน 20 วัตต์ สู่แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่กินไฟได้มากถึง 500 วัตต์ buck converters ของ Maxim นำเสนอโซลูชันขนาดเล็กที่สุดในอุตสาหกรรมด้วยขนาดแพกเกจเพียง 3.5 มม. x 3.75 มม. ในบรรจุภัณฑ์แบบ FCQFN (flip-chip quad-flat no-leads) ช่วยลด high-frequency switch node ringing และกำจัดความต้านทานจากสายบอนด์ไปยังสวิตช์ MOSFET ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น ไอซีจัดการพลังงานจาก Maxim มีให้เลือกใช้ทั้ง  MAX20004, MAX20006 และ MAX20008 buck converter แรงดันสูง (ทนแรงดันได้ 40V ทนกระแส…

Read More

อนาคตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

อนาคตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

โซลูชันพลังงานที่มีประสิทธิภาพและกะทัดรัดกำลังจะเปลี่ยนหุ่นยนต์ในงานอุตสาหกรรม โลกของการผลิตกำลังเปลี่ยนแปลงไปโดยได้รับแรงหนุนจากโครงการ Industry 4.0 ในบรรดาโซลูชันต่าง ๆ ก็มุ่งเน้นไปทางการเชื่อมต่อกันอย่างทั่วถึง ซึ่งการเชื่อมต่อกันอย่างทั่วถึงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือ Internet-of-Things (IoT) เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบเครือข่ายที่มีใช้ในกระบวนการผลิตมาก่อนอย่าง AGVs (Autonomously Guided Vehicles) และระบบหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ด้วย สิ่งเหล่านี้กำลังจะเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ นอกจากความต้องการทำให้การผลิตมีความคล่องตัวมากขึ้นแล้ว บริษัทอุตสาหกรรมต่างก็มุ่งมั่นที่จะเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ให้มากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขเวลาเท่าเดิมที่โรงงานมี แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามระบบอัตโนมัติเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานในระบบอุตสาหกรรม โดยระบบอัตโนมัติที่ใช้กันจะรวมทั้งหมดของระบบตั้งแต่ตัวหุ่นยนต์ ชุดขับเคลื่อน ระบบชาร์จพลังงาน และระบบควบคุม ทั้งนี้ การบริหารพลังงานให้กับระบบอัตโนมัติควรมีการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่ง Industry 4.0 ไม่ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงพัฒนาประสิทธิภาพชุดขับเคลื่อนด้วย แม้ว่าเดิมทีเทคโนโลยีเหล่านี้จะอยู่บนเทคโนโลยีซิลิคอนที่การลดความร้อนและการลดขนาดของบรรจุภัณฑ์เป็นเรื่องท้าทายนักออกแบบระบบหุ่นยนต์ในปัจจุบัน ระบบควบคุมของหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมทั่วไปจะมีสายไฟสำหรับจ่ายพลังงานและสายสัญญาณควบคุมที่อยู่ภายในหรือภายนอกแขนกลหุ่นยนต์ ซึ่งมอเตอร์แบบ Actuators ในแขนกลหุ่นยนต์จะมาพร้อมกับสายไฟหลายเฟสที่แยกกันอยู่ ส่วน Effector โดยปกติจะต้องใช้เป็นชุดสายเคเบิลเสริม ซึ่งเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟและระบบควบคุมแยกต่างหากจากภายนอกไปยังแขนหุ่นยนต์ อย่างไรก็ตามสายไฟและสายสัญญาณของหุ่นยนต์นั้นนับเป็นส่วนประกอบของระบบหุ่นยนต์ที่มีโอกาสเกิดเหตุขัดข้องได้สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสายสัญญาณจากภายนอกรูปที่ 1 ด้วยตัวไดรฟ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รวมกับ Actuators ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ ปัจจุบันเซมิคอนดักเตอร์กำลังยุคใหม่เสนอทางเลือกให้กับระบบสายเคเบิลแบบเดิมและไดรฟ์ที่ขณะนี้ขับ Actuators ได้โดยตรง ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถใช้ชุดสายเคเบิลชุดเดียวสำหรับการกระจายพลังงานได้ ถ้าผสานรวมเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นไปอีก แหล่งจ่ายไฟจะสามารถใช้สื่อสารด้วยเทคโนโลยี Power Line Communication ด้วย วิธีนี้จะช่วยลดสายไฟเพิ่มเติม รวมถึงข้อผิดพลาดที่เกิดจากสายไฟด้วย ในกรณีที่ใช้สายไฟในการจ่ายพลังงานและควบคุม Effector จะถูกติดตั้งไปกับแขนหุ่นยนต์ วิธีนี้จะทำให้มีความยืดหยุ่นในกรณีที่มีการเปลี่ยนการใช้งานในภายหลัง ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับแต่งได้จะช่วยรองรับการขยายในอนาคต ด้วย MOSFET และ IGBT ที่มีขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพสูง จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์กลุ่ม PROFET,…

Read More