การป้องกันกระแสเกินสำหรับแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้า

การป้องกันกระแสเกินสำหรับแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้า

                    . .          การป้องกันกระแสเกินสำหรับแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้า          กองบรรณาธิการ                    การป้องกันกระแสเกินในวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นั้น นับเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในหลายๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง หรือการปกป้อง บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งที่นำเสนอแนวทางกับเรื่องนี้ครับ.            การป้องกันกระแสเกินถูกประยุกต์ใช้งานมากมายในวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้าทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ หรือแม้แต่ในวงจรดีซี ทู ดีซี, วงจรอินเวอร์เตอร์เป็นต้น  ทั้งนี้วงจรป้องกันกระแสเกินจะช่วยป้องกันอุปกรณ์ขับกำลังให้กับวงจรเหล่านั้นให้ปลอดภัย อยู่ในช่วงการทำงานที่เหมาะสมกับวงจรเหล่านั้น และโดยทั่วไปการป้องกันกระแสเกินจะถูกออกแบบให้สามารถกลับคืนการทำงานด้วยตัวเองได้ ในกรณีที่ได้มีการทำงานภาวะซึ่งผิดปกติเกิดขึ้นมาแล้ว และการปรับปรับขนาดของปริมาณการป้องกันกระแสเกินนั้นจะเผื่อขึ้นไปจากค่ากระแสที่เราคำนวณหรือออกแบบไปประมาณ 10-20 เปอร์เซนต์ ในกรณีที่ทำให้เกิดการจ่ายกระแสเกินของวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นไปได้หลายกรณี เช่น การชอร์ตเซอร์กิต การชำรุดเสียหายของอุปการณืทางกลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์ขับกำลังด้วยไฟฟ้าเป็นต้น และผลที่เกิดขึ้นนี้ก็จะทำให้เกิดความร้อนที่กับตัวขับกำลัง การระเบิดเสียหาย ความเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเก็บประจุเอาต์พุต ลายวงจรบนแผ่นวงจรพิมพ์  สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการใช้งานแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้านั้นคือ การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับให้ชัดเจน  ทั้งในเรื่องของฟังก์ชันต่างๆ ที่มีเพื่อให้ประสิทธิภาพของการจ่ายกำลังไฟฟ้าที่ดี ในส่วนของบทความนี้จึงขอนำเสนอการป้องกันกระแสเกิน (Over-Current Protection : OCP) ในลักษณะต่างๆ ที่นิยม นำมาใช้กันกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ทั้งยังสามารถนำเอาจุดเด่นของแต่ละวิธีปรับใช้ได่มากกว่าหนึ่งแบบเพื่อให้วงจรหรือระบบทำงานได้อย่างปลอดภัย ถูกต้อง ลดการสูญเสียที่จะเป็นมูลค่าสูงๆได้ดี  และช่วยเป็นแนวคิดในการนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับท่านดังนี้  1. การป้องกันกระแสเกินแบบลดกระแสย้อนกลับ (Fold-Back Current Limiting) การป้องกันกระแสเกินด้วยวิธีการนี้เป็นที่นิยมสำหรับป้องกันแรงดันและกระแสเกิน  เพื่อให้วงจรกลับไปสู่อยู่ในช่วงระดับการทำงานที่ปลอดภัย (Safe levels) ซึ่งลักษณะกราฟของการควบคุมปริมาณกระแสและแรงดันสำหรับวิธีการนี้แสดงในรูปที่ 1…

Read More

PlatformIO สู่โลกไมโครคอนโทรลเลอร์

PlatformIO สู่โลกไมโครคอนโทรลเลอร์

. PlatformIO สู่โลกไมโครคอนโทรลเลอร์ โสรัตย์  อุนหะวรากร                   มาทำความรู้จักและทดลองใช้  PlatformIO เครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์บนระบบสมองกลฝังตัว ที่เข้าใจง่ายแถมดาวน์โหลดมาใช้งานได้กันในบทความนี้กันได้เลย !! ปัญหาที่อยู่คู่กับการพัฒนาซอฟต์แวร์ของระบบสมองกลฝังตัวมาตลอด มาจากการที่ไมโครคอนโทรลเลอร์แต่ละตระกูลต่างก็มีเครื่องมือเช่น Toolchain, IDE เฉพาะสำหรับตระกูลตัวเองในการใช้งาน ก็จะต้องใช้เวลาเรียนรู้วิธีการและปรับตัวกันอยู่พอสมควร และอาจต้องยุ่งกับการติดตั้งเครื่องมือที่ว่านี้อยู่บ้างบางครั้งเครื่องมือที่ว่าก็อาจจะไม่ฟรีหรืออาจต้องหาคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการ (OS) ที่ทำงานด้วยกันได้มาใช้งานหลายคนอาจเคยคิดบ่นในใจว่า “คงจะดีถ้าหากมีเครื่องมือที่ใช้งานได้ง่ายๆใช้ได้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ทุกๆตระกูลและขอให้ฟรีด้วย …” นั่นก็บังเอิญเป็นเป้าหมายของโครงการ PlatformIO พอดีเลย (ไชโย) PlatformIO คืออะไร? PlatformIO เป็นโครงการโอเพนซอร์สที่มีเป้าหมายคือการสร้างเครื่องมือที่จะช่วยให้การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับระบบสมองกลฝังตัวทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นข้อดีหลักๆของเจ้า PlatformIO ก็คือทุกคนสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีและ PlatformIO ก็ยังสามารถรองรับแพลตฟอร์มและเฟรมเวิร์คยอดนิยมต่างๆเช่นArduino, CMSIS, ESP-IDF, mbed รวมทั้งรองรับไมโครคอนโทรลเลอร์และซิงเกิ้ลบอร์ดตระกูลต่างๆได้หลายร้อยรุ่น รูปที่1 PlatformIO ใช้งานได้กับแพลตฟอร์ม (Platforms) ซิงเกิ้ลบอร์ด (Boards) และไมโครคอนโทรลเลอร์จากผู้ผลิตรายหลักๆด้วยวิธีการที่ง่ายกว่าเดิม โดยพื้นฐานแล้ว PlatformIO เป็น Console application ซึ่งสามารถรัน (run) ได้ทั้งบนระบบปฎิบัติการหลักๆอย่าง Mac OS, Linux, และ Windows รวมทั้งการนำไปรันบนคอมพิวเตอร์ชนิด ARM-base เช่น Raspberry Pi, Beaglebone, CubieBoard ก็ทำได้อย่างสบายๆไม่เพียงเท่านั้น PlatformIO ยังสามารถใช้งานกับ IDE หรือเอดิเตอร์ (Editor) ยอดนิยมไม่ว่าจะเป็น PlatformIO IDE for Atom,…

Read More

วาดชิ้นงาน 3 มิติ ด้วย Tinkercad

วาดชิ้นงาน 3 มิติ ด้วย Tinkercad

  วาดชิ้นงาน 3 มิติ ด้วย Tinkercad การุณย์  ตั้งศรีสงวน   Tinkercad โปรแกรมวาดชิ้นงาน 3 มิติ ที่สามารถใช้ได้ดี และฟรีด้วย   นี้การพิมพ์ชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรแล้ว แต่จะหาแบบชิ้นงานที่ถูกใจ หรือตรงตามความต้องการของเรานั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายในบางครั้ง ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเราวาดชิ้นงานที่เราต้องการขึ้นมาเองเสียเลย ซึ่งโปรแกรมสำหรับวาดรูป 3 มิตินั้น มีให้เลือกใช้มากมายหลากหลายโปรแกรม แต่ในบทความนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำโปรแกรม Tinkercad จาก Autodesk ซึ่งโปรแกรม Tinkercad นี้ เปิดให้เราใช้บริการได้ฟรีผ่านเบราเซอร์ (โปรแกรมแนะนำการใช้งานกับเบราเซอร์ google chrome) โดยผู้อ่านสามารถเข้ามาลงทะเบียนใช้งานได้ที่ https://www.tinkercad.com รูปที่ 1 หน้าเว็บไซต์ Tinkercad มุมขวาบนจะมีปุ่มสำหรับลงชื่อเพื่อเข้าใช้งานโปรแกรม  เริ่มจากการลงทะเบียนเข้าใช้งาน สำหรับผู้ที่ไม่มี account ของ autodesk สามารถสร้าง account ได้ที่ปุ่ม sign up หรือผู้อ่านท่านใดอยากลงทะเบียนผ่าน facebook หรือ google+ ให้กดที่ปุ่ม sign in แล้วเลือกที่ sign in using social providers แทน          …

Read More

WiFi Calling โอกาสในการขยายบริการ VoLTE

WiFi Calling โอกาสในการขยายบริการ VoLTE

. WiFi Calling  โอกาสในการขยายบริการ VoLTE พรชัย ลีลาพรชัย             การใช้ Wi-Fi ในการสื่อสารเสียงและวีดีโอเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถขยายบริการ VoLTE/ViLTE (Video on LTE) สำหรับพื้นที่ต่างๆ เช่น ภายในอาคารที่ระบบเซลลูลาร์มีพื้นที่ครอบคลุมไม่ทั่วถึง    ผู้ให้บริการทั่วโลกได้มีการให้บริการ voice และ video call แบบที่ใช้สถาปัตยกรรม IMS บนคลื่น LTE ทั้ง VoLTE (voice over LTE) และ ViLTE (video over LTE) ทั้งนี้มีอุปกรณ์มือถือที่รองรับบริการดังกล่าวมากมาย (มากกว่า 70 รุ่น) และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในการส่ง voice และ video call บน Wi-Fi ที่เรียกว่า WiFi calling ซึ่งเป็นการขยาย VoLTE  โดยรวมเอาการรองรับ Wi-Fi เป็นการ access อีกชนิดหนึ่งสำหรับทั้ง voice และ video call WiFi calling มีความใกล้เคียงกับ VoLTE โดยจะมีการใช้ IMS telephony client เหมือนกันและรองรับการเคลื่อนที่ (mobility) ระหว่าง LTE…

Read More

PV Grid Integration

PV Grid Integration

. PV Grid Integration ปัญญา มัฆะศร สาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   การพัฒนาระบกริดในด้านการรวมระบบกริดควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานทดแทน (Renewable Energy) จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์จะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น สำหรับการออกแบบระบบโครงข่ายกริดที่ใช้งานในสภาวะแวดล้อมของอากาศที่แปรปรวนและตัวแปรสำคัญทางไฟฟ้า   กริด (Grid) ในบริบทที่เกี่ยวข้องการกับการกำเนิดกำลังไฟฟ้า รวมไปถึงการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าที่มีระบบโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างโรงไฟฟ้ากับผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบัน การพัฒนากริดในระบบเดิมที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานไปสู่กริดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า กริดอัจฉริยะ(Smart Grid) หรือระบบโครงข่ายอัจฉริยะที่สามารถรองรับการผลิตกำลังไฟฟ้าขนาดเล็กไปจนถึงการผลิตกำลังไฟฟ้าขนาดปานกลางแบบกระจาย (Distributed Generation, DG) ซึ่งในระบบเมที่ใช้งานเป็นระบบโครงข่ยกริดแบบแนวตั้ง (Vertical Heirachy) ที่มีการใช้งานในทิศทางเดียวตั้งแต่การกำเนิดกำลังไฟฟ้าผ่าระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า(Transmission Line) ไปยังผู้บริโภค ไปสู่การระบบโครงข่ายแบบแนวราบ (Horizontal Heirachy) ที่มีการใช้สาระสนเทศในการควบคุมแบบ 2 ทิศทางอย่างอัตโนมัติ การพัฒนาระบกริดในด้านการรวมระบบกริดควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานทดแทน (Renewable Energy) เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ ชีวภาพ ชีวมวล พลังน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่งได้จากแหล่งพลังงานธรรมชาติ ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึงในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์เป็นสำคัญและนับวันจะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น สำหรับการออกแบบระบบโครงข่ายกริดที่ใช้ในประเทศไทยในสภาวะอากาศที่แปรปรวนและตัวแปรสำคัญทางไฟฟ้า ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความเชื่อมันของผู้บริโภคในการใช้งานโครงข่ายกริด การพัฒนาโครงข่ายกริดแบบอัจฉริยะ จึงได้ใช้ระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศมาใช้ควบคุมการทำงานอย่างอัตโนมัติ ทั้งนี้ เพื่อให้โครงข่ายสามารถจำหน่ายกำลังไฟฟ้าตามสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน การปรับเปลี่ยนการใช้ไฟฟ้าตามกำหนดของราคาที่เหมาะสมและตามความต้องการใช้งานของผู้บริโภคในกรณีพิเศษเฉพาะด้าน ส่วนประเทศต้นแบบในแถบยุโรปที่ผลักดันเทคโนโลยี “PV Grid Integration” กับการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการจัดการและการใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ของเยอรมนีเป็นที่ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก ตามข้อมูลโดยหน่วยงานเครือข่ายระดับชาติของเยอรมันนีหรือ “Federal Network Agency” ทำหน้าที่ เป็นผู้กำกับดูแลโครงข่าย ขนาดใหญ่ของประเทศ ได้แก่ ไฟฟ้า…

Read More

การใช้เทคโนโลยี In-Memory Computing ในงานด้าน Analytics

การใช้เทคโนโลยี In-Memory Computing ในงานด้าน Analytics

. การใช้เทคโนโลยี In-Memory Computing ในงานด้าน Analytics พรชัย ลีลาพรชัย  ทุกวันนี้ ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีความเชื่อว่า in-memory computing จะแก้ทุกปัญหาที่มีอยู่ได้ จากการที่ RAM มีราคาถูกลงมากจนเราสามารถบรรจุข้อมูลทั้งหมดลง in-memory ได้ และจะไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาด้านความเร็วอีกต่อไป แต่ความเชื่อดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น   แม้ว่าจะมีความจริงบางส่วนในเรื่องเล่าดังกล่าว การเก็บข้อมูลทั้งหมดใน in-memory จะทำงานได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับบาง application แต่ไม่ใช่สำหรับการใช้งานทุกแบบ จริงอยู่ที่ RAM มีราคาถูกลง และปัญหาการเข้าใช้ฐานข้อมูลต่างๆ จะหายไปเมื่อเราใส่ข้อมูลลงใน in-memory แต่ก็มีสิ่งที่ควรพิจารณา การอ่านข้อมูลจาก RAM ไม่ได้เร็วหรือง่ายอย่างที่เราคิด CPU สมัยใหม่จะมี cache อยู่ 3 ระดับอยู่ก่อนหน้า RAM และ RAM บนเครื่องจะมีการแยกระหว่างส่วนที่เป็น local และ remote ไปยังแต่ละ processorApplication ส่วนใหญ่ทุกวันนี้จะ run ในระบบแบบกระจายโดยที่หน่วยความจำอาจจะอยู่คนละด้านของ hop ของเครือข่าย นั่นหมายถึงว่าการเข้าถึงหน่วยความจำอาจใช้เวลาตั้งแต่หนึ่ง processor cycle ไปจนถึงหลาย cycle ข้อแตกต่างดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของระบบ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่า RAM จะมีราคาถูก แต่ disk มีราคาถูกกว่าและ dataset ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ดังนั้น ในไม่ช้าหรือเร็ว เราก็จะเจอปัญหาข้อจำกัดของโครงสร้าง…

Read More

การปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณพื้นฐาน

การปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณพื้นฐาน

. การปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณพื้นฐาน Fundamental Signal Conditioning ปัญญา มัฆะศร สาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สัญญาณดิจิตอลในระบบ “Multiplexed Data Acquisition” ที่ประกอบไปด้วยการแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอนาล็อกกับการแก้ปัญหาสัญญาณรบกวนก่อนการเก็บบันทึกข้อมูลสัญญาณที่มีประสิทธิภาพด้วยหลักการกรองสัญญาณพื้นฐานในรูปแบบต่างๆ   Data Acquisition Systems คือ ระบบการเก็บรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลจริงในการทดลองทางวิทยาศาสตร์และทดสอบงานทางด้านวิศวกรรมเชิงคุณภาพและประสิทธิผลผ่านคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจจับสัญญาณทางกายภาพทางวิทยาศาสตร์ อาทิเช่น อุณหภูมิ ความดันอากาศ ก๊าซ อัตราการไหล เป็นต้น โดยมีการแปลงข้อมูลสัญญาณทางไฟฟ้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรมประยุกต์ใช้งานตามคุณลักษณะของงานทดลองนั้นในฐานเวลาจริง ( Real Time ) โดยมีความแตกต่างไปจากอุปกรณ์ที่มีช่องสัญญาณสำหรับการบันทึกข้อมูลที่มีช่องสัญญาณเพียงหนึ่งหรือสองช่องสัญญาณเท่านั้น โดย “Data Acquisition Systems” สามารถวัดและเก็บบันทึกข้อมูลที่มีการรวบรวมจากหลายร้อยช่องสัญญาณไปพร้อมๆ กัน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของระบบประกอบด้วยช่องสัญญาณตั้งแต่ 8 – 32 ช่องสัญญาณ แต่ที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางได้แก่ 8 ช่องสัญญาณ โดยเปรียบเทียบการใช้งานอย่างง่าย คือ โวลต์มิเตอร์ที่สามารถเลือกย่านวัดสัญญาณที่แตกต่างกัน เพื่อพิจารณาและเปรียบเทียบข้อมูลในระบบเก็บข้อมูล แต่จำเป็นที่ต้องใช้การเปลี่ยนช่วงการวัดแรงดันไฟฟ้าที่ขาดหายไปบางส่วนหรือไม่สมบูรณ์ สำหรับการจัดเก็บข้อมูลด้วยตนเอง (Manual) รูปที่ 1. ระบบ Data Acquisition ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสวิตซ์ชิ่ง (Multiplexer) และการเปลี่ยนสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิตอล (ADC) ที่ใช้วัดค่ากระแสไฟฟ้าระหว่างชุด Multiplexer และ ADC ชุด ADC เป็นขั้นตอนที่เชื่อมต่อระหว่างโดเมนแบบอนาล็อกและเส้นทางผ่านสัญญาณดิจิตอลที่ใช้ ในระบบข้อมูลใด ๆ เช่น ระบบ…

Read More

การขับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้เทคนิค PWM

การขับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้เทคนิค PWM

      .               การขับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้เทคนิค PWM ปัญญา มัฆะศร สาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   เทคนิคการควบคุมความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสับในงานอุตสาหกรรม  เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและการสึกกร่อนทางกล รวมถึงการทำงานของมอเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยระบบควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับที่สามารถปรับความเร็ว แรงบิดในแบบต่างๆได้อย่างเหมาะสม การขับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้เทคนิค PWM ได้เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางในระบบการควบคุมความเร็ว แรงบิดของมอเตอร์ในวงการอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) มีราคาถูกกว่ามอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและมีโครงสร้งภายในที่ไม่ซับซ้อน แต่ข้อจำกัดของการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ คือ การแม่นยำและความถูกต้องในการควบคุมมีประสิทธิภาพต่ำ เนื่องจากการควบคุมความเร็ว แรงบิดของอินดักชั่นมอเตอร์มีความซับซ้อนมากกว่ามอเตอร์ไฟฟฟ้ากระแสตรง ดังนั้น การใช้เทนนิค PWM มาใช้ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ จึงเป็นสิ่งจำเป็นโดยเทคนิคดังกล่าวนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างตั้งแต่ ไดร์ฟปั้มมอเตอร์ พัดลม คอมเพรสเซอร์ จนถึงเครื่องจักรที่มีการทำงานซับซ้อนสามารถทำงานได้โดยการเปลี่ยนแปลงค่าตัวแปรทางไฟฟ้ากระแสสลับและจ่ายให้กับมอเตอร์ผ่านทาง “Solid State Electronic Devices” ซึ่งเทคนิคนี้มีประสิทธิภาพและความแม่นยำที่น่าเชื่อถือ สำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละรูปแบบเทคนิคมีความแตกต่างรวมไปถึงข้อจำกัดบางประการดังมีรายละเอียดที่จะอธิบายได้ดังนี้ คือ จากบล็อกไดอะแกรมดังรูปที่1. แสดงการแปลงพลังงานในรูปแบบ “Pulse Width Modulated” (PWM) ที่ใช้ในการขับเคลื่อมอเตอร์ 3 เฟส โดยวงจรกำลังจะประกอบไปด้วยไดโอดเรคต์ไฟเออร์แบบบริดจ์ให้เป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงผ่านไปยังวงจร“Intermediate DC” หรือ D.C Link ทำหน้าที่ในการกรองสัญญาณที่ประกอบไปด้วยวงจร “LC Low-Pass Filter” และแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จะแปรผันกลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับด้วยวิธี PWM ซึ่งความถี่ด้านเอาต์พุตและแรงดันไฟฟ้าจะถูกควบคุมให้คงที่ (Regulator)…

Read More

LoRa vs LTE vs Sigfox ทางเลือกของ IoT

LoRa vs LTE vs Sigfox ทางเลือกของ IoT

. LoRa vs LTE vs Sigfox ทางเลือกของ IoT พรชัย ลีลาพรชัย   บทความนี้จะกล่าวถึงแนวทางต่างๆ ของการให้บริการแบบ LPWA และ IoT โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะกล่าวถึง LoRa, Sigfox และ LTE ที่มีการกล่าวถึงกันมากในปัจจุบัน   Low-power, wide-area (LPWA) เป็นแนวทางใหม่ของการเชื่อมต่อที่มีต้นทุนต่ำและกินพลังงานต่ำ ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ชื่อต่างๆ เช่น Machine-to-Machine (M2M),Wireless Sensor Networking (WSN), Internet-of-Things (IoT) เป็นต้น ในปัจจุบัน มีความต้องการทางการตลาดที่จะมีระบบที่ให้การเชื่อมต่อแบบ ubiquitous ในทุกที่ทุกเวลา และมีประสิทธิภาพทางการใช้แบตเตอรี่ และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้เป็นล้านล้านตัว  1.ที่มาของ IoT / LPWAN Internet of Things (IoT) ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ราวปี 1999 โดยในตอนนั้นมุ่งที่จะอธิบายถึงศักยภาพของการใช้ RFID ตั้งแต่นั้นมา จึงได้วิวัฒนาการให้ครอบคลุมเซนเซอร์ทุกรูปแบบที่ทำการส่งข้อมูลไปที่ cloud รวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถสั่งให้ทำงานทางไกลได้ ซึ่งตลาดดังกล่าวไม่ใช่ตลาดใหม่ แต่มีอยู่หลายทศวรรษแล้วในชื่อ M2M (Machine-to-Machine) IoT และ M2M นับเป็นความหวังที่จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของผู้ประกอบการเครือข่าย โดยเฉพาะเมื่อเดิมทีทาง Ericsson ได้ทำนายว่าในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกันถึง 5…

Read More
1 2 3 5