Wireless charging เทคโนโลยีที่กำจัดสายไฟที่วกวนเหมือนเขาวงกตในบ้าน

.

.

Wireless charging เทคโนโลยีที่กำจัดสายไฟที่วกวนเหมือนเขาวงกตในบ้าน

 

ก้าวเข้าสู่โลกที่ไร้สายด้วยอุปกรณ์จาก Infineon ทั้ง MOSFETs, ไอซีไดรฟ์เวอร์, โวลต์เรกกูเลเตอร์ และไมโครคอนโทรลเลอร์ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ประสิทธิภาพสูง

 

ในปัจจุบันเทรนด์ของอุปกรณ์อัจฉริยะ เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเพิ่มขึ้น สังเกตได้จากอุปกรณ์อัตโนมัติต่างๆ ที่มีให้เห็นมากขึ้นในปัจจุบัน เรียกได้ว่าอุปกรณ์แทบจะทุกชิ้นในบ้านของเรา สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์ได้แทบทั้งสิ้น อีกทั้งยังต้องรับส่งข้อมูลต่างๆ แบบ real-time อีกด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการจัดการระบบที่ดี ที่จะทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกต่อการใช้งาน ด้วยเหตุนี้ Infineon จึงได้ออกแบบอุปกรณ์ที่รองรับการเติบโตของความต้องการใช้งาน ให้สามารถรองรับจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากขึ้น สัญญาณการสื่อสารมีความเสถียรมากขึ้น รวมถึงจัดสรรการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามเหล่าอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อนั้นก็ล้วนแล้วแต่ต้องการเชื่อมต่อสายไฟเพื่อชาร์จพลังงานให้กับอุปกรณ์ แล้วจะดีกว่าไหมถ้าเราจะสามารถชาร์จอุปกรณ์เหล่านั้นได้โดยไม่ต้องมาต่อสายไฟให้ยุ่งยาก ในบทความนี้จะขอกล่าวถึง wireless charging solutions เบื้องต้น โดยจะกล่าวถึงสิ่งที่น่าสนใจอย่าง กฎเกณฑ์ขั้นพื้นฐานที่ใช้ในการออกแบบ และความคุ้มค่าที่ในการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีนี้

กล่าวได้ว่าการชาร์จที่มีประสิทธิภาพคือการชาร์จที่ใช้เวลาน้อย แต่ได้พลังงานที่ประจุเข้าไปมาก ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นสิ่งท้าทายกับเหล่าวิศวกรที่พยายามเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์พกพาของตน มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งในปัจจุบันกลุ่มตลาดของการชาร์จแบบไร้สาย (wireless charging) เองก็กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR: compound annual growth rate) สูงถึง 25% ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 2018 – 2023 ซึ่งแปรผันตามการเติบโตของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งอุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นไม่ใช่อุปกรณ์พกพา ทั้งนี้เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย กำลังพัฒนาจากเดิมจะชาร์จอุปกรณ์ได้เพียงเครื่องเดียว นำไปสู่การชาร์จอุปกรณ์หลายเครื่องได้พร้อมๆ กัน ทั้งนี้โซลูชั่นการชาร์จแบบไร้สายทั้งแบบ inductive และ resonance ที่ไว้ใจได้ของ Infineon จะช่วยจัดการการชาร์จของอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยพลังงานที่ใช้เพียงน้อย และขนาดคอยล์ที่เล็ก แต่ก็รองรับการชาร์จอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมๆ กัน อีกทั้งยังสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมาก หรือพลังงานน้อยอย่างสมาร์ตโฟนก็ได้ 

การชาร์จแบบไร้สายทำให้ชีวิตสะดวกสบาย

สมาร์ตโฮมหมายถึงระบบที่อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันโดยเป้าหมายหลักของเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย คือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องของความปลอดภัย และพลังงานที่ใช้ในการถ่ายทอดไปสู่อุปกรณ์ที่ต้องมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการชาร์จแบบไร้สายนั้น ไม่เพียงแต่ใช้กับสมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์ภายในบ้านอีกหลายอย่าง ได้ เพื่อลดสายไฟที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในบ้าน

รูปที่ 1 การชาร์จแบบไร้สายช่วยขจัดปัญหาสายไฟในบ้านของเรา

แน่นอนว่ามากกว่าการทำให้บ้านของคุณสวยงาม แต่เพื่อความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการชาร์จได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่ออยู่ในบ้าน อีกทั้งคุณสามารถชาร์จไฟให้กับหุ่นยนต์ที่ทำงานบริการ (เช่นเครื่องดูดฝุ่น) หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ, กล้องรักษาความปลอดภัย, ลำโพง Bluetooth แบบพกพา, เครื่องใช้ในครัว, หูฟัง, เกมคอนโทรลเลอร์ หรือแม้แต่โคมไฟ เป็นต้น ซึ่งการชาร์จแบบไร้สายจะช่วยขจัดความจำเป็นในการเชื่อมต่อของสายไฟต่างๆ รวมถึงปัญหาความเข้ากันได้ของสายไฟ และความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจากสายไฟที่เสียหาย

หัวใจหลักของเทคโนโลยี: inductive และ resonant

การชาร์จแบบไร้สายนั้นมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการคือ ตัวส่งสัญญาณ, ตัวรับสัญญาณและแหล่งจ่ายไฟ โดยแหล่งจ่ายไฟหลักและจ่ายพลังงานให้กับตัวส่งสัญญาณ โดยปกติจะมีแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงอยู่ระหว่าง 5 ถึง 20 โวลต์ ซึ่งตัวส่งสัญญาณจะประกอบด้วยอินเวอร์เตอร์ที่ใช้ MOSFET เพื่อแปลงสัญญาณไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ และสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและมีฟังก์ชันการทำงานที่จำเป็น อินเวอร์เตอร์จะถูกควบคุมโดยไมโครคอนโทรลเลอร์ ส่วนไดรเวอร์ MOSFET จะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของเทคโนโลยีการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก

รูปที่ 2 การชาร์จแบบไร้สายโดยทั่วไปมีองค์ประกอบสำคัญสามอย่าง ได้แก่ ตัวส่งสัญญาณ, ตัวรับสัญญาณและแหล่งจ่ายไฟ

จากที่ทราบกันดีว่า Qi เป็นมาตรฐานการชาร์จแบบไร้สายที่ใช้เทคนิคการเหนี่ยวนำ (inductive) เทคโนโลยีนี้ใช้ตัวส่งประจุไฟฟ้าแบบมาตรฐานเหนี่ยวนำตัวเดียว (single-coil) วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและแพร่หลายมากที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องวางอุปกรณ์ที่ถูกชาร์จในตำแหน่งเฉพาะ และจำกัดการชาร์จเพียงเครื่องเดียวด้วย จึงนำไปสู่การพัฒนาใช้ขดลวดเหนี่ยวนำมากกว่า 1 ตัว ซึ่งจะทำให้การวางตำแหน่งของอุปกรณ์ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งเฉพาะที่กำหนดไว้ และระบบอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับว่าขดลวดใดอยู่ใกล้กับอุปกรณ์ที่ถูกชาร์จ แล้วจึงสั่งให้ขดลวดนั้นจ่ายพลังงาน ซึ่งการใช้ขดลวดเหนี่ยวนำมากขึ้นนี้ ทำให้ระยะที่สามารถชาร์จได้ทั้งในแนวนอนและแนวตั้งมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการชาร์จแบบไร้สายจะอยู่ที่ 6.78 MHz โดยการสื่อสารระหว่างตัวส่งและตัวรับจะเกิดขึ้นผ่านทางบลูทูธพลังงานต่ำ (AirFuel standard-conform solution) หรือผ่านการสื่อสารในวงเฉพาะ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ช่วยให้สามารถชาร์จพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานของการชาร์จแบบไร้สายประเภท resonant วิศวกรสามารถใช้ข้อกำหนดจาก AirFuel Alliance ได้ โดย AirFuel มีแพลตฟอร์มเทคโนโลยีครอบคลุม เทคโนโลยีที่แยกอิสระของ AirFuel จะอาศัยการส่งผ่านคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เพื่อถ่ายโอนพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถชาร์จได้ในระยะทางที่ไกลขึ้น ที่ความถี่ 6.78 MHz การชาร์จแบบไร้สายประเภท resonant ที่อาศัยความสั่นพ้องกัน (resonance) ระหว่างตัวส่งและตัวรับเพื่อถ่ายโอนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีนี้สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์หลายตัวจากขดลวดเดียว (single-coil) และช่วยให้ระยะในการรับส่งข้อมูลกว้างมากขึ้นด้วย ซึ่งระยะที่เพิ่มขึ้นนี้หมายความว่าอุปกรณ์ที่นำมาชาร์จจะมีจุดที่เหมาะสมในการชาร์จกว้างขึ้นไปด้วยนั่นเอง แม้ว่าการชาร์จแบบไร้สายประเภท inductive จะสามารถส่งมอบพลังงานได้มากในเวลาสั้นๆ แต่ก็มีระยะที่เหมาะสมในการชาร์จไม่กว้างนัก (ไม่กี่เซนติเมตร) กลับกันการชาร์จแบบไร้สายประเภท resonant จะทำให้การถ่ายโอนพลังงานมีประสิทธิภาพเชิงพื้นที่มากกว่า อีกทั้งเทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากวัตถุโลหะที่ปรากฏในพื้นที่ชาร์จด้วย

ระบบชาร์จแบบไร้สายที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่คุ้มค่ากับการลงทุน

การใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูง เปิดประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าและความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งหมดเกิดขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน อาศัยความรู้และความชำนาญในระดับสูง ตลอดจนการใช้ส่วนประกอบที่ยอดเยี่ยม นักออกแบบต้องเข้าใจเกี่ยวกับเสาอากาศและการปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างโดยรอบ รวมถึงวิธีการควบคุมการจัดส่งพลังงานอย่างแม่นยำ ในเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายประเภท inductive ความท้าทายหลักคือ การตรวจจับวัตถุแปลกปลอม (FOD: foreign object detection) ที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi และอาจเป็นอันตรายต่อระบบได้ ซึ่งวัตถุแปลกปลอม (FOD) นั้น ต้องการองค์ประกอบที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีและปลอดภัย ส่วนการชาร์จแบบไร้สายประเภท Resonant จะขึ้นอยู่กับ capacitances และเทคโนโลยี FET ขั้นสูง (silicon MOSFET และ GaN eMode HEMTs) ที่จะช่วยให้สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง IC ตัวขับประสิทธิภาพสูง ก็เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญเช่นกัน

Infineon ช่วยให้นักออกแบบสามารถควบคุมอุปสรรคเหล่านี้ได้ทั้งหมด และพัฒนารูปแบบเฉพาะสำหรับเทคโนโลยีทั้งสองที่ได้กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งสนับสนุนแอพพลิเคชั่นการชาร์จแบบไร้สายในปัจจุบัน และยุคถัดไปสำหรับผู้บริโภคภาคอุตสาหกรรมและภาคยานยนต์ด้วย (เช่นการชาร์จโทรศัพท์ในห้องโดยสารรถยนต์) รวมถึงการออกแบบ PCB ตัวอย่างและเอกสารทั้งหมดที่จำเป็นในการชาร์จแบบไร้สายเข้ากับผลิตภัณฑ์ มีตัวส่งสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นรองรับขดลวดมาตรฐานหรือแบบกำหนดเอง ทั้งแบบขดเดียวหรือหลายขดลวดก็ได้ นอกจากนั้น Infineon ยังมีโซลูชันตัวรับสัญญาณและมีสารกึ่งตัวนำหลากหลายสำหรับหน่วยจ่ายไฟ ที่พร้อมรองรับการออกแบบใหม่ๆ หรือคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการของการออกแบบ โซลูชันตัวชาร์จแบบไร้สายใช้พลังงานต่ำที่ 2.5 วัตต์ ใช้ความถี่สูง (6.78 MHz) มีขดลวดขนาดเล็กมาก สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่คำนึงถึงวัตถุโลหะใกล้ๆ ทำให้เทคโนโลยีเหมาะสำหรับการชาร์จอุปกรณ์สวมใส่, หูฟัง, และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ ที่เชื่อมต่อผ่าน IoT

รูปที่ 3 บล็อกไดอะแกรมแสดงตัวอย่างสำหรับโซลูชันตัวส่งสัญญาณแบบไร้สายประเภทเหนี่ยวนำ

อุปกรณ์ตัวส่งขนาดเล็กให้กำลังไฟที่ 15 วัตต์กับอุปกรณ์ที่มาชาร์จอย่างสมาร์ตโฟน สอดคล้องกับข้อกำหนดมาตรฐานที่สำหรับชาร์จเร็ว โดยไม่ต้องมีการจัดการความร้อนเป็นพิเศษ ผลลัพธ์ที่ได้เทียบเท่ากับอัตราการชาร์จของโซลูชันที่มีสายไฟ ส่วนอุปกรณ์ตัวส่งขนาด 80 วัตต์ ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้ระดับพลังงานสูงสุดในอุตสาหกรรม ด้วยขดลวดขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพในการชาร์จสูงถึง 80 วัตต์ โดยไม่ต้องจัดการความร้อนเป็นพิเศษเช่นกัน โซลูชันนี้สามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐานการเรียกเก็บเงินจากสมาร์ตโฟน (5 W หรือ 15 W) และอุปกรณ์ชาร์จเร็ว รวมถึงการใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป อย่างแล็ปท็อป, หุ่นยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก, เครื่องมือทางการแพทย์ และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมได้

รูปที่ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กว้างขวางของ Infineon สำหรับแอพพลิเคชั่นการชาร์จแบบไร้สายที่หลากหลาย

สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ยืดหยุ่น

แทนที่จะพึ่งพาแอพพลิเคชันของ IC สำหรับโปรโตคอลและการจ่ายพลังงาน ความแรงของการชาร์จแบบไร้สายของ Infineon จะอยู่ในซอฟต์แวร์โมดูลแทน ทำให้การชาร์จแบบไร้สายมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากมาตรฐานเดิมไปสู่แอพพลิเคชั่นใหม่ เนื่องจากซอฟต์แวร์ของโซลูชันจะช่วยให้สามารถใช้สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ทั่วไปในการออกแบบ โดยมีความยืดหยุ่นพอที่จะรองรับแอพพลิเคชันหลายประเภท นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของมาตรฐานการเรียกเก็บเงินแบบไร้สายอาจได้รับการสนับสนุนโดยการอัพเกรดซอฟต์แวร์ได้

ซอฟต์แวร์มีหน้าที่ในการกำกับฟังก์ชั่นชาร์จแบบไร้สายที่สำคัญทั้งหมดของระบบ ด้วยความเป็นดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ความไวในการถอดรหัสการสื่อสารมากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่เชื่อมต่อกับขดลวดได้ไม่ดี (อาจเกิดจากการวางตำแหน่งอุปกรณ์ชาร์จไม่ใกล้พอ) ช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันได้ดีกับเครื่องรับแบบเดิม ด้วยเทคนิคการวัดค่าพารามิเตอร์รุ่นใหม่ ที่ให้ความแม่นยำในการจ่ายพลังงานที่เหมาะสมและมีการควบคุมความถี่ของ duty cycle  และแรงดันไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้ระดับพลังงานของตัวรับสัญญาณอยู่ในระดับที่ถูกต้อง ในบางระบบที่เป็นการสื่อสารสองทาง (two-way communication) สามารถทำการชาร์จได้ง่ายผ่าน two-way authentication ภายใต้ฟังก์ชันระดับสูง ระบบจะติดตามการทำงานของเครื่องส่งสัญญาณแบบเรียลไทม์ จากแหล่งจ่ายไฟ, ประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อ, ความร้อน และตัวแปรอื่นที่สามารถกำหนดได้ตามความต้องการ ท้ายสุดยังมี self-calibration ที่จะดำเนินการในระหว่างการเปิดเครื่องส่งสัญญาณครั้งแรก ส่งผลให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นจะใช้งานกับแอพพลิเคชันดังกล่าวได้

ประสิทธิภาพของการชาร์จแบบไร้สาย และง่ายต่อการใช้งานสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสมาร์ตโฟน, อุปกรณ์ทางการแพทย์ และโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล XMC ™ ส่วนโซลูชันที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เช่นการชาร์จสมาร์ตโฟนในรถยนต์ AURIX™ ก็นับเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ มีชิปเชตที่ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพสูงรวมถึงซอฟต์แวร์ IP สำหรับแอพพลิเคชันการชาร์จแบบไร้สายที่ชาญฉลาดและปลอดภัย การทำงานร่วมกับระบบที่เป็นพันธมิตรกันได้ Infineon มีการออกแบบอ้างอิงสำหรับโซลูชันการชาร์จแบบไร้สายแบบ resonant สำหรับการชาร์จแบบที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้ากับบ้านหรือสถานีชาร์จทั่วไป

ตัวควบคุมพลังงานของ Infineon ใช้ ARM® Cortex®-M0 ที่ทำงานได้อย่างราบรื่นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าของ Infineon ในโครงสร้างที่สามารถปรับขนาดได้สำหรับโซลูชันการชาร์จทุกประเภท ตั้งแต่การชาร์จแบบ fastcharge ในสมาร์ตโฟน, ชาร์จ 20 วัตต์ ให้กับหุ่นยนต์ขนาดเล็ก ไปจนถึงระดับ 60 วัตต์ สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ การจับคู่การจ่ายพลังงานนั้นเหมือน MOSFETs กับ ICs ไดรเวอร์ ระบบสามารถให้พลังงานแบบไร้สายเต็มรูปแบบโดยไม่มีต้องใช้การจัดการที่ซับซ้อน เทียบเท่ากับการชาร์จแบบมีสาย ซึ่งโซลูชั่นรองรับสนับสนุนในอนาคตด้วยการอัพเดตซอฟต์แวร์ ด้วยระดับพลังงานที่เพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ EMI ถึง 10-15 dB มากกว่าโซลูชันที่มีอยู่ในตลาด อีกทั้งระบบ FOD ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับ ตอบสนองข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผู้ผลิตรายสำคัญ ไมโครคอนโทรลเลอร์ของ Infineon จึงเรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าอย่างมาก

รูปที่ 5 ไมโครคอนโทรลเลอร์ XMC ™ ทำให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

ตลาดสำหรับการชาร์จแบบไร้สายจะเติบโตขึ้นอย่างมากในปีหน้า ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่กล่าวถึงนี้เท่านั้น แต่ยังมีข้อกำหนดในการออกแบบที่สำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ตัวส่งสัญญาณต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ และความง่ายในการใช้งาน อีกทั้งยังพุ่งเป้าในการจัดการความร้อนที่ช่วยให้พื้นผิวและเครื่องส่งสัญญาณอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการทำความร้อนให้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่กำลังชาร์จอยู่ ส่วนขนาดของอุปกรณ์นั้นยิ่งชิ้นส่วนมีขนาดเล็ก ก็ยิ่งมีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก สุดท้ายนี้การออกแบบที่เหมาะสมก็จะทำให้สามารถส่งพลังงานที่สูง และทำให้ความเร็วในการชาร์จเร็วขึ้นด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไร้สายจาก Infineon ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.infineon.com/wirelesscharging

 

 

Leave a Comment